นโยบายความเป็นส่วนตัวและการใช้งาน

มีผลบังคับใช้: 2026-02-22 • อัปเดตล่าสุด: 2026-03-28

เอกสารนี้ครอบคลุมการดำเนินงานด้านบริการ ISP IP และ Datacenter IP ภายใต้หลักการจัดสรรแบบ Dedicated และการควบคุมการใช้งานตามนโยบายที่ประกาศ

ภาพรวมและขอบเขตบริการ

ส่วนนี้อธิบายภาพรวมของบริการ AlocNet (Proxy Infrastructure) ว่ามีอะไรให้บ้าง อะไรที่รวม/ไม่รวม ข้อจำกัด และกรอบความรับผิดชอบ เพื่อให้ความคาดหวังชัดเจนก่อนเริ่มใช้งาน

บริการนี้คืออะไร

AlocNet ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายสำหรับ ISP IP และ Datacenter IP เพื่อให้ผู้ใช้ส่งทราฟฟิกผ่านปลายทางตามแพ็กเกจที่ซื้อ (เช่น ประเภท IP/ประเทศ/โปรโตคอล/ข้อจำกัดตามหน้า Pricing/Checkout ณ วันที่สั่งซื้อ) บริการมุ่งให้การเชื่อมต่อเป็นไปตามเงื่อนไขแพ็กเกจ และไม่รับประกันผลลัพธ์บนแพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์ภายนอก

ขอบเขตตามแพ็กเกจ (แหล่งอ้างอิงหลัก)

รายละเอียดที่มีผลผูกพันกับการให้บริการ ได้แก่ ราคา ระยะเวลา แผน/สิทธิ์ใช้งาน ประเภท IP/การจัดสรร (เช่น Dedicated/Static ถ้ามีระบุ) โปรโตคอลที่รองรับ ข้อจำกัดการใช้งาน และเงื่อนไขการเปลี่ยน/ทดแทน ให้ยึดตามหน้า Pricing/Checkout และอีเมล/หน้าคำสั่งซื้อยืนยัน ณ วันที่ชำระเงินเป็นหลัก หากมีความขัดแย้งกัน ให้เอกสารยืนยันคำสั่งซื้อมีผลเหนือกว่า

ลำดับความสำคัญของเอกสาร (กรณีขัดแย้ง)

หากเนื้อหาใน Policy นี้ขัดแย้งกับเอกสารอื่น ให้ยึดตามลำดับดังนี้: (1) เอกสารยืนยันคำสั่งซื้อ/ข้อตกลงเฉพาะแพ็กเกจ (ถ้ามี) (2) Terms of Service (3) Policy ที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่รวมอยู่ในบริการ

1) การเข้าถึงปลายทางเครือข่ายตามแพ็กเกจ (ISP IP / Datacenter IP) 2) การจัดสรร IP/ภูมิภาค/คุณสมบัติตามที่ระบุในแพ็กเกจ 3) ข้อมูลการตั้งค่าเบื้องต้น/คู่มือที่จำเป็นสำหรับไคลเอนต์ที่รองรับ 4) การซัพพอร์ตผ่านช่องทางที่ประกาศ โดยระดับ/ความเร็วการตอบกลับเป็นแบบ best-effort เว้นแต่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในแพ็กเกจ

สิ่งที่ไม่รวม / ไม่รับประกัน

1) ไม่รับประกันผลลัพธ์บนแพลตฟอร์ม/บริการภายนอกทุกชนิด (เช่น การอนุมัติ การเข้าถึง ความปลอดภัยของบัญชี การตรวจสอบ/คะแนน IP การปลดบล็อก) 2) ไม่รับประกันว่า IP จะ "สะอาด" หรือ "ผ่านทุกระบบตรวจสอบ" เสมอ 3) ไม่รับประกันความเร็ว/latency/เสถียรภาพปลายทาง เพราะขึ้นกับ ISP ของผู้ใช้ เส้นทางอินเทอร์เน็ต เครือข่ายปลายทาง และช่วงเวลาการใช้งาน 4) ไม่รับประกันความเข้ากันได้กับอุปกรณ์/ซอฟต์แวร์ทุกชนิดนอกเหนือจากที่ประกาศรองรับ 5) ไม่รับประกันการทำงานของบริการภายนอกที่ผู้ใช้เลือกใช้งานร่วม (เช่น แอป, เบราว์เซอร์, ส่วนขยาย, ระบบอัตโนมัติ)

ข้อสงวนสิทธิ์ (No Warranty)

นโยบายนี้เป็นแนวทางการให้บริการในปัจจุบัน ไม่ถือเป็นการรับประกันผลลัพธ์หรือ SLA เว้นแต่ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในแพ็กเกจหรือข้อตกลงเฉพาะ

ความพร้อมใช้งานและการบำรุงรักษา

บริการอาจมีการบำรุงรักษา อัปเกรด เปลี่ยนเส้นทาง หรือปรับโครงสร้างเครือข่ายเป็นครั้งคราวเพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพ ซึ่งอาจส่งผลให้บางช่วงใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพหรือหยุดให้บริการชั่วคราว เราจะพยายามแจ้งล่วงหน้าตามความเหมาะสม แต่กรณีฉุกเฉินอาจไม่สามารถแจ้งได้ทัน บริการนี้ไม่รับประกัน uptime แบบ SLA ระดับองค์กร เว้นแต่ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อกำหนดขั้นต่ำของผู้ใช้

ผู้ใช้ต้องมีอุปกรณ์/ระบบปฏิบัติการที่ประกาศรองรับ อินเทอร์เน็ตที่ใช้งานได้ และต้องตั้งค่าตามคู่มือ/ข้อมูลที่ให้ไว้ ผู้ใช้รับผิดชอบการจัดการอุปกรณ์ของตนเอง (เช่น การอัปเดตระบบ ความปลอดภัยของเครื่อง มัลแวร์ การตั้งค่า DNS/Firewall ภายใน) รวมถึงการเก็บรักษาข้อมูลบัญชี/คีย์/รหัสผ่านที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานบริการ

ข้อจำกัดพื้นฐานและการใช้งานอย่างเป็นธรรม

บริการอาจมีข้อจำกัดด้านจำนวนการเชื่อมต่อพร้อมกัน ปริมาณทราฟฟิก พอร์ต/โปรโตคอลที่อนุญาต หรือมาตรการควบคุมทราฟฟิกผิดปกติเพื่อป้องกันการใช้งานที่กระทบผู้อื่น/ระบบ ทั้งนี้ให้ยึดตามหน้าแพ็กเกจและนโยบายเครือข่ายของบริการ หากตรวจพบการใช้งานที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยหรือเสถียรภาพ ระบบอาจจำกัดหรือระงับการเชื่อมต่อชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหาย

กรอบความรับผิดชอบและการปฏิบัติตามกฎหมาย

ผู้ใช้ต้องใช้บริการให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและนโยบายการใช้งานของบริการ ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบต่อความเสียหาย/ข้อพิพาทที่เกิดจากการใช้งานของผู้ใช้ การตั้งค่าผิดพลาด อุปกรณ์ติดมัลแวร์ หรือการทำงานของระบบ/นโยบายของบุคคลที่สาม การให้บริการอาจถูกจำกัด/ระงับตามเหตุจำเป็นด้านความปลอดภัย การป้องกัน abuse หรือข้อกำหนดทางกฎหมาย

การเปลี่ยนแปลงขอบเขตบริการ

ฟีเจอร์ โปรโตคอล เส้นทางเครือข่าย หรือรายละเอียดการจัดสรร IP อาจเปลี่ยนแปลงตามการปรับปรุงระบบ ข้อจำกัดเชิงเทคนิค หรือเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยจะพยายามสื่อสารผ่านประกาศ/หน้าเว็บไซต์ตามความเหมาะสม ขอบเขตที่ผูกพันให้ยึดตามหน้า Pricing/Checkout และคำสั่งซื้อ ณ วันที่ซื้อเป็นหลัก

หมายเหตุ: ข้อกำหนดของแต่ละแพ็กเกจให้ยึดตามหน้า Pricing/Checkout ณ วันที่สั่งซื้อ และเอกสารยืนยันคำสั่งซื้อ

ข้อกำหนดการใช้งาน + การใช้งานต้องห้าม

ส่วนนี้กำหนดเงื่อนไขการใช้งานบริการ AlocNet และรายการการใช้งานต้องห้าม เพื่อปกป้องความปลอดภัยของระบบ ลดการละเมิด/ข้อพิพาท และกำหนดกรอบการบังคับใช้ที่ชัดเจน

การยอมรับเงื่อนไข

การสมัคร ใช้งาน หรือชำระเงินเพื่อใช้บริการ ถือว่าผู้ใช้ยอมรับข้อกำหนดนี้ รวมถึงเอกสาร/นโยบายอื่นที่อ้างอิงร่วมกัน (เช่น Privacy & Logging, Billing/Refund, Network Policy และประกาศของบริการ) หากไม่ยอมรับ ผู้ใช้ต้องหยุดใช้งานทันที

คุณสมบัติผู้ใช้และอายุ

ผู้ใช้ต้องมีอำนาจตามกฎหมายในการทำสัญญาและใช้งานบริการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากใช้ในนามองค์กร ผู้ใช้รับรองว่ามีอำนาจผูกพันองค์กรนั้น การใช้งานที่ขัดต่อกฎหมายท้องถิ่นของผู้ใช้เป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้

บัญชีผู้ใช้และความปลอดภัย

ผู้ใช้ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง อัปเดตได้ และดูแลความปลอดภัยของบัญชี/รหัสผ่าน/คีย์/ไฟล์ตั้งค่า ห้ามแชร์บัญชีให้ผู้อื่นใช้งานเกินขอบเขตแพ็กเกจ ผู้ใช้รับผิดชอบกิจกรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายใต้บัญชีของตน หากสงสัยว่าถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องแจ้งทันที

ขอบเขตการใช้งานที่อนุญาต

อนุญาตให้ใช้บริการเพื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านปลายทางของบริการตามแพ็กเกจ ภายใต้ข้อจำกัดเครือข่ายและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้ต้องใช้แบบไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ ไม่รบกวนผู้ใช้อื่น และไม่ทำให้บริการถูกนำไปใช้เพื่อการกระทำผิดกฎหมาย

การใช้งานต้องห้าม: ผิดกฎหมาย/ละเมิดสิทธิ

ห้ามใช้บริการเพื่อกระทำหรือสนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกประเภท รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง: การฉ้อโกง/หลอกลวง, ฟิชชิง, ขโมยข้อมูล/บัญชี, ละเมิดลิขสิทธิ์ในลักษณะผิดกฎหมาย, แฮ็ก/เข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต, การกระจายมัลแวร์, การค้ามนุษย์/แสวงหาประโยชน์, หรือการละเมิดสิทธิของบุคคลที่สาม

การใช้งานต้องห้าม: Abuse ทางเครือข่าย

ห้ามใช้บริการเพื่อกิจกรรมที่ทำให้เกิดความเสี่ยงหรือรบกวนเครือข่าย เช่น: สแกนพอร์ต/สแกนช่องโหว่, brute-force, credential stuffing, DDoS/การโจมตีทราฟฟิก, botnet C2, การส่งสแปมจำนวนมาก, การสร้างทราฟฟิกผิดปกติ, การรัน proxy chain เพื่อหลบหลีกการบังคับใช้นโยบาย, หรือการพยายามทำให้ระบบของเราหรือผู้อื่นล่ม

การใช้งานต้องห้าม: หลบเลี่ยง/ละเมิดนโยบายแพลตฟอร์ม

ห้ามใช้บริการเพื่อหลบเลี่ยงการบังคับใช้นโยบายของเว็บไซต์/แพลตฟอร์ม/ผู้ให้บริการอื่นในลักษณะที่ผิดกฎหมายหรือขัดข้อกำหนดของเขา (เช่น การหลีกเลี่ยงข้อจำกัด/แบน/ระบบป้องกันของบริการภายนอก) ผู้ใช้ต้องรับผิดชอบต่อการใช้งานที่ทำให้บัญชี/บริการภายนอกถูกจำกัดหรือถูกระงับ

การใช้งานต้องห้าม: เนื้อหา/กิจกรรมเสี่ยงสูง

ห้ามใช้บริการเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่มัลแวร์/โค้ดอันตราย, ฟิชชิง, การแพร่กระจายลิงก์อันตราย, การขายข้อมูลที่ขโมยมา, การหลอกให้โอนเงิน, หรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อผู้ใช้รายอื่นและชื่อเสียงเครือข่ายของบริการ

ข้อจำกัดทรัพยากรและการใช้งานอย่างเป็นธรรม

ผู้ใช้ต้องปฏิบัติตามข้อจำกัดตามแพ็กเกจและนโยบายเครือข่าย (เช่น จำนวนการเชื่อมต่อพร้อมกัน ปริมาณทราฟฟิก อัตราเชื่อมต่อ พอร์ต/โปรโตคอล) หากตรวจพบการใช้งานที่ผิดปกติหรือกระทบเสถียรภาพ เราอาจจำกัดความเร็ว/จำนวนการเชื่อมต่อ/บล็อกปลายทางบางส่วน หรือระงับชั่วคราวเพื่อป้องกันความเสียหาย

การตรวจจับการละเมิด (แบบขั้นต่ำ)

เพื่อป้องกัน abuse และรักษาเสถียรภาพ ระบบอาจใช้สัญญาณระดับเครือข่ายแบบขั้นต่ำในการตรวจจับความผิดปกติ (เช่น ปริมาณ/อัตราทราฟฟิก, จำนวนการเชื่อมต่อ, พอร์ตที่ถูกใช้งาน, error rate) โดยไม่จำเป็นต้องตรวจดูเนื้อหาทราฟฟิก (content) ทั้งนี้รายละเอียดการเก็บข้อมูลให้ดูใน Privacy & Minimal Logs

การบังคับใช้: จำกัด/ระงับ/ยุติบริการ

หากมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ใช้ละเมิดข้อกำหนดหรือสร้างความเสี่ยงต่อระบบ เราอาจดำเนินการได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เช่น: จำกัดความเร็ว/การเชื่อมต่อ, บล็อกพอร์ต/ปลายทาง, ระงับบัญชีชั่วคราว, ยุติบัญชี, ปฏิเสธการให้บริการต่อ หรือปิดกั้นการใช้งานในอนาคต การคืนเงินให้ยึดตามนโยบาย Billing/Refund เท่านั้น

คำร้องเรียน/คำขอจากบุคคลที่สาม

เราอาจตรวจสอบและดำเนินการเมื่อมีคำร้องเรียนด้าน abuse/ความปลอดภัย/ลิขสิทธิ์/การละเมิดสิทธิจากบุคคลที่สามตามขั้นตอนภายใน และอาจขอข้อมูลจากผู้ใช้เพื่อประกอบการตรวจสอบ หากผู้ใช้ไม่ให้ความร่วมมือ เราอาจจำกัดหรือระงับบริการเพื่อป้องกันความเสียหายและความเสี่ยง

ข้อจำกัดความรับผิดเกี่ยวกับการใช้งาน

ผู้ใช้รับผิดชอบต่อการใช้งานของตนเองทั้งหมด รวมถึงผลกระทบที่เกิดกับบัญชี/ระบบ/แพลตฟอร์มภายนอก การตั้งค่าผิดพลาด การใช้งานเครื่องมือของบุคคลที่สาม และการละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดของแพลตฟอร์มอื่น ๆ บริการให้เพื่อการเชื่อมต่อเครือข่ายตามเงื่อนไขแพ็กเกจเท่านั้น

การเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด

เราอาจปรับปรุงข้อกำหนดเพื่อสะท้อนการเปลี่ยนแปลงด้านเทคนิค กฎหมาย หรือการป้องกัน abuse โดยจะประกาศบนเว็บไซต์/ช่องทางที่เหมาะสม การใช้งานต่อหลังประกาศถือว่ายอมรับฉบับที่แก้ไข หากไม่ยอมรับ ผู้ใช้ต้องยกเลิกและหยุดใช้งาน

หมายเหตุ: บริการนี้ให้การเชื่อมต่อเครือข่าย ไม่ได้ให้คำแนะนำเพื่อการละเมิดกฎหมายหรือหลบเลี่ยงข้อกำหนดของแพลตฟอร์มใด

นโยบายเครือข่าย

ส่วนนี้อธิบายข้อกำหนดและข้อจำกัดเชิงเครือข่ายของ AlocNet เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจพฤติกรรมการเชื่อมต่อ การเปิดพอร์ต โปรโตคอลที่รองรับ นโยบาย DNS และ IPv6 อย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิดและข้อพิพาท

หลักการทั่วไปของเครือข่าย

บริการให้การเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านปลายทางของเรา โดยพฤติกรรมการใช้งานจริงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น เครือข่ายของผู้ใช้ (ISP/อุปกรณ์/เราเตอร์), ปลายทางที่ติดต่อ, ชั่วโมงการใช้งานหนาแน่น, และนโยบายของผู้ให้บริการภายนอก เราสงวนสิทธิ์ปรับแต่งนโยบายเครือข่ายเพื่อความเสถียร ความปลอดภัย และการป้องกัน abuse

นโยบาย NAT และการเชื่อมต่อขาเข้า (Inbound)

โดยค่าเริ่มต้น บริการทำงานแบบ NAT/ไฟร์วอลล์เพื่อความปลอดภัย: อนุญาตทราฟฟิกขาออก (outbound) จากผู้ใช้ไปปลายทาง และไม่รับประกันการเชื่อมต่อขาเข้า (inbound) จากอินเทอร์เน็ตมายังอุปกรณ์ผู้ใช้ การเปิดพอร์ตหรือการทำ port-forwarding จะรองรับเฉพาะกรณีที่ระบุไว้ชัดเจนในแพ็กเกจ/ประกาศเท่านั้น หากไม่ระบุให้ถือว่า "ไม่รองรับ"

นโยบายพอร์ต (Ports Policy)

เราอาจบล็อก/จำกัดพอร์ตบางประเภทเพื่อป้องกัน spam, scanning, malware, botnet และการโจมตีเครือข่าย พอร์ตที่ถูกจำกัดอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย หากผู้ใช้ต้องใช้พอร์ตเฉพาะเพื่อการใช้งานปกติ ผู้ใช้ต้องตรวจสอบข้อกำหนดแพ็กเกจหรือสอบถามซัพพอร์ตก่อนซื้อ (ทั้งนี้การอนุญาตขึ้นกับความเสี่ยงและความพร้อมของระบบ)

โปรโตคอลที่รองรับ

โปรโตคอลที่รองรับให้ยึดตามหน้าแพ็กเกจ/คู่มือ ณ วันที่สั่งซื้อ (เช่น VPN หรือ Proxy ตามที่ระบุ) เราอาจเพิ่ม/ลด/ปรับรูปแบบโปรโตคอลตามข้อจำกัดทางเทคนิค ความปลอดภัย หรือการป้องกัน abuse หากโปรโตคอลใดไม่ถูกระบุ ให้ถือว่า "ไม่รับประกันการรองรับ"

ข้อจำกัดของโปรโตคอลและการใช้งาน

เราอาจจำกัดการใช้งานบางรูปแบบ เช่น proxy chaining, tunneling ซ้อน, การใช้เป็น public relay, หรือการรันเซิร์ฟเวอร์/บริการที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้งานผ่านบัญชีของผู้ใช้ หากตรวจพบพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงหรือกระทบเสถียรภาพ เราอาจจำกัด/ระงับการเชื่อมต่อทันที

นโยบาย DNS

การจัดการ DNS ให้เป็นไปตามการตั้งค่าเริ่มต้นของไคลเอนต์/คู่มือของเรา เพื่อช่วยลดความเสี่ยง DNS leak และเพิ่มความเสถียร เราอาจบังคับใช้ DNS บางรูปแบบกับบางแพลตฟอร์ม/โปรโตคอล (เช่น DNS ผ่านอุโมงค์) การตั้งค่า custom DNS จะรองรับเฉพาะกรณีที่ระบุไว้ชัดเจนในไคลเอนต์/คู่มือเท่านั้น หากผู้ใช้ตั้งค่า DNS เองจนเกิดการรั่วไหลหรือเข้าใช้งานไม่ได้ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้

การป้องกัน DNS Leak (ข้อจำกัด)

เราจะพยายามลด DNS leak ตามความสามารถของไคลเอนต์และระบบ แต่ไม่สามารถรับประกันผล 100% เพราะขึ้นกับระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์อื่นในเครื่อง การตั้งค่าเราเตอร์ และนโยบายเครือข่ายของผู้ใช้ ผู้ใช้ควรทดสอบหลังตั้งค่าและปฏิบัติตามคู่มือที่แนะนำ

นโยบาย IPv6

การรองรับ IPv6 (ถ้ามี) ให้ยึดตามแพ็กเกจ/คู่มือ หากไม่ระบุ ให้ถือว่า IPv6 อาจไม่พร้อมใช้งานหรืออาจถูกปิดเพื่อป้องกันการรั่วไหล (IPv6 leak) เราอาจบล็อกหรือปิด IPv6 บางส่วนโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย ผู้ใช้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการตั้งค่า (เช่น ปิด IPv6 ที่อุปกรณ์/เครือข่าย หากจำเป็น)

ความเร็ว/ความหน่วง (Disclaimer)

ความเร็วและความหน่วงขึ้นกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ ระยะทางไปยังปลายทาง ความแออัดของเครือข่าย และข้อจำกัดของแพลตฟอร์มปลายทาง เราไม่รับประกันความเร็วขั้นต่ำ/สูงสุด เว้นแต่มีการระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในแพ็กเกจหรือ SLA เฉพาะ

การจัดการทราฟฟิกและป้องกัน abuse

เพื่อรักษาเสถียรภาพ เราอาจใช้มาตรการเช่น rate-limit, จำกัดจำนวน connection, จำกัด session พร้อมกัน, หรือบล็อกทราฟฟิกที่เข้าข่ายอันตราย/ผิดปกติ รวมถึงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ (incident) แบบเร่งด่วน การบังคับใช้ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นอัตโนมัติและอาจมีผลต่อการใช้งานของผู้ใช้เป็นบางช่วง

การเปลี่ยนแปลงนโยบายเครือข่าย

นโยบายเครือข่ายอาจเปลี่ยนแปลงเพื่อความปลอดภัย/เสถียรภาพ/การปฏิบัติตามกฎหมาย โดยข้อมูลล่าสุดในหน้าแพ็กเกจ/คู่มือ/ประกาศของบริการเป็นหลัก หากมีข้อขัดแย้งให้ยึดตามประกาศล่าสุดและเงื่อนไขใน Checkout ณ วันที่สั่งซื้อ

หมายเหตุ: บริการออกแบบเพื่อการเชื่อมต่อขาออกเป็นหลัก ไม่ได้ออกแบบเพื่อโฮสต์เซิร์ฟเวอร์สาธารณะหรือรับทราฟฟิกขาเข้า

นโยบาย IP แบบ Dedicated 1:1 + การย้าย/รีไซเคิล IP

ส่วนนี้อธิบายความหมายของ "Dedicated 1:1" ตามบริการ AlocNet, วิธีการจัดสรร/ถือครอง IP, เงื่อนไขการย้าย/เปลี่ยนเส้นทาง, และนโยบายการนำ IP กลับมาใช้ใหม่หลังยกเลิก เพื่อให้ความคาดหวังตรงกันและลดข้อพิพาท

นิยาม "Dedicated 1:1"

"Dedicated 1:1" หมายถึง IP ที่ถูกจัดสรรให้บัญชีผู้ใช้หนึ่งบัญชีแบบเฉพาะ (exclusive allocation) ภายใต้แพ็กเกจที่ระบุว่า Dedicated/Static โดยไม่ถูกใช้งาน "พร้อมกัน" กับลูกค้ารายอื่นในช่วงเวลาที่ผู้ใช้มีสิทธิ์ใช้งานตามรอบบิล อย่างไรก็ตาม "Dedicated 1:1" ไม่ได้หมายความว่า IP จะมีชื่อเจ้าของเป็นผู้ใช้, ไม่ได้การันตีว่า IP จะคงเดิมตลอดไปนอกเหนือเงื่อนไขแพ็กเกจ, และไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์บนแพลตฟอร์มภายนอก

การจัดสรรและสิทธิ์การควบคุม IP

IP จะถูกจัดสรรตามความพร้อมของโครงข่ายและภูมิภาค/ประเทศที่ระบุในแพ็กเกจ (หากมีตัวเลือก) การจัดสรรถือเป็นสิทธิ์การใช้งาน (right to use) ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ ผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ในการกำหนดวิธีจัดสรร, รูปแบบ routing, และข้อจำกัดทางเทคนิคเพื่อคงความเสถียร/ความปลอดภัย

Static / Dedicated หมายถึงอะไรในทางปฏิบัติ

หากแพ็กเกจระบุว่า Static/Dedicated: เราตั้งเป้าให้ IP คงเดิมตลอดรอบบิลและต่อเนื่องเมื่อมีการต่ออายุสำเร็จ แต่ IP อาจเปลี่ยนได้ในบางกรณีตามนโยบายการเปลี่ยน/ทดแทน, เหตุขัดข้องทางเทคนิค, ความปลอดภัย, หรือข้อกำหนดทางกฎหมาย/ผู้ให้บริการต้นทาง ทั้งนี้เราจะพยายามจำกัดผลกระทบและแจ้งตามความเหมาะสม

ไม่รับประกันผลบนแพลตฟอร์มภายนอก (ต้องเขียนให้ชัด)

บริการให้ "การเชื่อมต่อผ่าน IP ที่จัดสรร" เท่านั้น ไม่รับประกันว่า IP จะผ่านการตรวจสอบทุกระบบ (risk/reputation/anti-fraud) หรือรับประกันการอนุมัติ/การใช้งานบนแพลตฟอร์มใด ๆ เพราะแต่ละแพลตฟอร์มใช้สัญญาณหลายอย่างนอกเหนือจาก IP

การย้ายเส้นทาง/บำรุงรักษา (Re-route / Maintenance)

เพื่อความเสถียรและความปลอดภัย เราอาจต้องปรับเส้นทาง (reroute) หรือย้ายจุดให้บริการ (POP/egress) ชั่วคราวหรือถาวรโดยที่ "IP อาจคงเดิมหรืออาจเปลี่ยน" ขึ้นกับข้อจำกัดทางเทคนิค เหตุการณ์ฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นโดยไม่แจ้งล่วงหน้า และผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของ latency/route ที่อาจเกิดขึ้น

นโยบายการรีไซเคิล/นำ IP กลับมาใช้ใหม่

เมื่อผู้ใช้ยกเลิก/หมดอายุ/ผิดนัดชำระ และสิทธิ์ใช้งานสิ้นสุด IP จะถูกถอนคืนเข้าสู่ระบบ (reclaim) และอาจถูกนำกลับมาใช้ใหม่ภายหลังตามความพร้อมของโครงข่ายและนโยบายบริหารจัดการ IP เราไม่รับประกันว่า IP เดิมจะกลับมาได้อีกหลังยกเลิก และไม่รับประกันว่า IP จะถูก "กันไว้" ให้ผู้ใช้หากไม่มีการชำระเงินต่อเนื่อง

ระยะเวลาพักก่อนนำ IP กลับมาใช้ (Reassignment Window)

เราอาจใช้ "ช่วงพัก" ก่อนนำ IP ที่ถูกถอนคืนไปจัดสรรใหม่ เพื่อลดผลกระทบด้านความเป็นส่วนตัว/ความเสี่ยง/การปนเปื้อน reputation แต่ไม่รับประกันระยะเวลาคงที่ และอาจปรับตามสภาพโครงข่าย/ความต้องการ/ข้อจำกัดต้นทาง

การกัน IP ไว้/การจอง (Reservation)

โดยค่าเริ่มต้น เราไม่ให้บริการ "จอง IP" นอกเหนือจากการถือครองตามรอบบิลที่ชำระแล้ว หากมีโปรแกรมกัน IP ไว้ (ถ้ามีในอนาคต) ต้องระบุเป็นลายลักษณ์อักษรในแพ็กเกจ/ข้อตกลงเฉพาะเท่านั้น

การผูก IP กับบัญชี/ข้อจำกัดการโอนสิทธิ์

IP ที่จัดสรรผูกกับบัญชีผู้ใช้ตามคำสั่งซื้อ ผู้ใช้ไม่มีสิทธิ์ขายต่อ/ให้เช่าช่วง/โอนสิทธิ์ใช้งาน IP ให้บุคคลที่สาม หรือทำให้เป็นบริการสาธารณะ (public access) เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากตรวจพบอาจถูกระงับ/ยุติบริการ

การแสดงประเทศ/ASN/ตำแหน่ง (ข้อจำกัด)

ข้อมูลประเทศ/ASN/ผู้ให้บริการที่แสดงในหน้าแพ็กเกจหรือระบบตรวจสอบภายนอกอาจไม่ตรงกันเสมอ เพราะฐานข้อมูล third-party อัปเดตไม่พร้อมกัน เราอาจระบุได้ในระดับประเทศ/ภูมิภาคตามแพ็กเกจ แต่ไม่รับประกันความแม่นยำระดับเมือง/พิกัด และไม่รับประกันว่า third-party ทุกเจ้าจะระบุเหมือนกัน

หน้าที่ผู้ใช้เพื่อคงสถานะ Dedicated ให้เสถียร

ผู้ใช้ต้องใช้งานตามนโยบายการใช้งานต้องห้ามและไม่ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิด abuse หากบัญชี/การใช้งานก่อความเสี่ยงต่อเครือข่ายหรือทำให้ IP ถูกบล็อกหนัก เราอาจต้องจำกัดบริการหรือบังคับเปลี่ยน IP ตามนโยบายความปลอดภัย โดยไม่ถือเป็นความผิดของผู้ให้บริการ

เอกสารอ้างอิงหลัก (Source of Truth)

รายละเอียดประเภท IP, ประเทศ/ภูมิภาค, และเงื่อนไข Dedicated/Static ให้ยึดตามหน้า Pricing/Checkout และเอกสารประกาศ ณ วันที่สั่งซื้อเป็นหลัก หากมีความขัดแย้ง ให้ยึดตามข้อความใน Checkout/ใบสั่งซื้อและประกาศล่าสุดของบริการ

หมายเหตุ: Dedicated 1:1 คือการจัดสรรแบบไม่แชร์พร้อมกันในช่วงเวลาที่ชำระแล้ว ไม่ใช่การโอนกรรมสิทธิ์ และอาจมีการเปลี่ยน IP ได้ตามนโยบายความปลอดภัย เทคนิค หรือกฎหมาย

นโยบายการเปลี่ยน/ทดแทน IP

ส่วนนี้กำหนดกติกาการขอเปลี่ยน/ทดแทน IP ให้ชัดเจน: ขอได้เมื่อไหร่ ได้กี่ครั้ง เงื่อนไขอนุมัติ ระยะเวลาดำเนินการ ค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) และกรณีที่ไม่เข้าข่าย เพื่อปิดช่องโหว่การโต้แย้งและลดดราม่า

ขอบเขตนโยบายนี้ครอบคลุมอะไร

นโยบายนี้ใช้กับแพ็กเกจที่มีการจัดสรร IP แบบ Dedicated/Static ตามที่ระบุในหน้า Pricing/Checkout เท่านั้น การเปลี่ยน/ทดแทนหมายถึงการเปลี่ยน IP ออกเป็น IP ใหม่ภายใต้บริการ ไม่ใช่การ "แก้ชื่อ ASN/ประเทศ" ในฐานข้อมูลภายนอก

สิทธิ์การเปลี่ยน IP ต่อรอบบิล

จำนวนครั้งที่เปลี่ยน IP ได้/เดือนให้ยึดตามแพ็กเกจที่คุณซื้อ (เช่น 0/1/2 ครั้งต่อเดือน หรือมีค่าบริการต่อครั้ง) หากหน้า Checkout/ใบสั่งซื้อไม่ได้ระบุ ให้ถือว่า "ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนฟรี" และการเปลี่ยนจะทำได้เฉพาะกรณีจำเป็นด้านเทคนิคตามดุลยพินิจผู้ให้บริการ

เหตุผลที่ "เข้าข่าย" ขอเปลี่ยน IP

คำขอจะพิจารณาเมื่อมีหลักฐาน/อาการที่ตรวจสอบได้ เช่น: (1) ปัญหา routing/เชื่อมต่อของ IP ที่ยืนยันได้จากฝั่งเรา (2) IP ถูกขึ้นบัญชีบล็อก/abuse list ในระดับที่กระทบการใช้งานทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ (3) เหตุการณ์ด้านความปลอดภัยหรือข้อกำหนดต้นทางที่ทำให้ต้องถอน IP (4) ข้อผิดพลาดการจัดสรร (provisioning error) ที่ทำให้ IP ใช้งานไม่ได้ตามปกติ

เหตุผลที่ "ไม่เข้าข่าย" (กันช่องโหว่)

ไม่เข้าข่ายโดยทั่วไป: (1) ต้องการ "ลอง/สุ่ม" IP ใหม่ (2) ต้องการให้ผ่าน/ปลดล็อกแพลตฟอร์มเฉพาะ (3) ถูกจำกัดจากพฤติกรรมบัญชี/อุปกรณ์/คุกกี้/การชำระเงินของผู้ใช้ (4) ฐานข้อมูลภายนอกระบุเมือง/ผู้ให้บริการไม่ตรงใจ (5) การบล็อกเฉพาะบัญชี/เฉพาะเซสชันที่ไม่มีหลักฐานว่ามาจาก IP (6) เหตุจากการใช้งานผิดนโยบาย (abuse) ของผู้ใช้เอง

ข้อมูลที่ต้องส่งเพื่อพิจารณา

เพื่อให้ตรวจสอบได้ ผู้ใช้ต้องส่งอย่างน้อย: หมายเลขคำสั่งซื้อ/อีเมลบัญชี, IP ปัจจุบัน, ประเทศ/แพ็กเกจ, เวลาเกิดปัญหา (พร้อมโซนเวลา), อาการ/ข้อความ error, และหลักฐานที่เหมาะสม (เช่น screenshot, ชื่อเว็บ/บริการ, traceroute/ping หากร้องขอ) โดยข้อมูลใด ๆ ที่เป็น log จากอุปกรณ์ให้ส่ง "เฉพาะที่ยินยอม" และสามารถปกปิดข้อมูลอ่อนไหวได้

ดุลยพินิจการอนุมัติ

การอนุมัติขึ้นกับผลการตรวจสอบ, ความพร้อมของ IP, และความเสี่ยงต่อเครือข่าย ผู้ให้บริการสงวนสิทธิ์ในการ (1) ปฏิเสธคำขอที่ไม่เข้าเกณฑ์ (2) เสนอการแก้ไขทางเทคนิคแทนการเปลี่ยน IP (3) บังคับเปลี่ยน IP หากจำเป็นเพื่อความปลอดภัย/กฎหมาย/ต้นทาง ทั้งนี้ไม่ถือเป็นการผิดสัญญา

ระยะเวลาดำเนินการ

เราตั้งเป้าตอบรับคำขอเปลี่ยน IP ภายใน 24 ชั่วโมง และดำเนินการเปลี่ยนที่อนุมัติแล้วให้เสร็จภายใน 72 ชั่วโมงหลังยืนยัน ภายใต้ปริมาณงานปกติ กรณีซับซ้อนที่ต้องประสานกับ upstream ตรวจสอบด้านความปลอดภัย หรือมีเหตุฉุกเฉิน อาจใช้เวลานานกว่านี้ และเราจะแจ้งให้ทราบ คำขอที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอจะถูกส่งกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อน

ค่าใช้จ่ายและการนับโควตา

หากแพ็กเกจมีโควตาเปลี่ยนฟรี: การเปลี่ยนที่อนุมัติจะนับเป็น 1 ครั้งต่อรอบบิล หากเกินโควตาอาจมีค่าบริการตามที่ประกาศ ณ เวลาขอเปลี่ยน หากแพ็กเกจไม่มีโควตา: การเปลี่ยนจะมีค่าบริการหรือทำได้เฉพาะกรณีเทคนิคที่จำเป็น โดยผู้ให้บริการจะแจ้งก่อน (ยกเว้นกรณีฉุกเฉินด้านความปลอดภัยที่ต้องเปลี่ยนทันที)

การเปลี่ยน IP ไม่ใช่เหตุคืนเงิน

การเปลี่ยน/ทดแทน IP เป็นกลไกซัพพอร์ตเพื่อคงการให้บริการ ไม่ถือเป็นเหตุให้คืนเงินหรือยกเลิกย้อนหลัง เว้นแต่เข้าเงื่อนไขคืนเงินตามหัวข้อ Billing/Refund ของบริการ (เช่น เปิดใช้งานไม่ได้/ส่งมอบไม่ได้ตามที่ระบุ)

สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำหลังเปลี่ยน IP

หลังเปลี่ยน IP ผู้ใช้ต้องอัปเดตการตั้งค่า/whitelist/การอนุญาตปลายทางที่เกี่ยวข้องด้วยตนเอง (เช่น ระบบที่อนุญาตตาม IP) และยอมรับว่า reputation/การตรวจสอบของแพลตฟอร์มภายนอกอาจใช้เวลาปรับตัว และอาจไม่เปลี่ยนผลลัพธ์ทันที

กรณีที่เกี่ยวกับ Abuse

หากปัญหาเกิดจากการใช้งานที่เข้าข่าย abuse/ผิดนโยบาย ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธการเปลี่ยน IP, ระงับบริการ, หรือกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม (เช่น ขอคำชี้แจง/หลักฐาน) เพื่อปกป้องเครือข่าย การเปลี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ/การบล็อกจากการกระทำที่ผิดนโยบายถือว่าไม่เข้าข่าย

สิทธิ์ผู้ให้บริการในการเปลี่ยน IP

ผู้ให้บริการอาจเปลี่ยน IP ให้ผู้ใช้โดยไม่ต้องรอคำขอ หากจำเป็นด้านความปลอดภัย, ข้อกำหนดทางกฎหมาย, ข้อกำหนดผู้ให้บริการต้นทาง, หรือเหตุขัดข้องร้ายแรง ทั้งนี้จะพยายามแจ้งตามความเหมาะสม และถือว่าเป็นการดำเนินการเพื่อคงความต่อเนื่องของบริการ

หมายเหตุ: การขอเปลี่ยน IP เพื่อวัตถุประสงค์ให้ ‘ผ่านแพลตฟอร์ม’ หรือ ‘เลี่ยงการบล็อก’ ไม่ถือเป็นเหตุที่รับประกันการอนุมัติ และผู้ให้บริการมีสิทธิ์ปฏิเสธได้ตามดุลยพินิจ

ความเป็นส่วนตัว + Logging แบบขั้นต่ำ

ส่วนนี้อธิบายว่า AlocNet เก็บข้อมูลอะไร/ไม่เก็บอะไร เพื่อให้โปร่งใส ลดการเข้าใจผิดเรื่อง "No-Log" และปิดช่องโหว่ข้อพิพาท โดยยืนยันหลักการ: เก็บเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการ ความปลอดภัย ระบบชำระเงิน และการป้องกันการละเมิดเท่านั้น

หลักการคุ้มครองข้อมูล

เราใช้หลักการลดการเก็บข้อมูล (data minimization) เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ชัดเจน จำกัดสิทธิ์เข้าถึง ใช้มาตรการความปลอดภัย และลบ/ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้เมื่อหมดความจำเป็นตามระยะเวลาที่กำหนดในนโยบายนี้

ประเภทข้อมูลที่เราอาจประมวลผล

ข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับการให้บริการแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก: (A) ข้อมูลบัญชี/การชำระเงิน (Account & Billing Data) และ (B) ข้อมูลการปฏิบัติการระบบขั้นต่ำ (Minimal Operational Data) โดยเราแยกการจัดการและสิทธิ์เข้าถึงของสองกลุ่มนี้ออกจากกันเท่าที่เหมาะสม

ข้อมูลบัญชี/คำสั่งซื้อ (Account & Billing Data)

อาจรวมถึง: อีเมล/ชื่อผู้ใช้, รหัสคำสั่งซื้อ, แพ็กเกจที่ซื้อ, สถานะสมาชิก/รอบบิล, หลักฐานการชำระเงิน/ใบเสร็จ, ช่องทางติดต่อซัพพอร์ต และประวัติการติดต่อซัพพอร์ตที่คุณส่งให้เรา (โดยสมัครใจ) หมายเหตุ: เราไม่เก็บข้อมูลบัตรเต็มใบ/เลข CVV เอง หากใช้ผู้ประมวลผลการชำระเงินภายนอก ข้อมูลการ์ดจะถูกจัดการโดยผู้ให้บริการชำระเงินตามนโยบายของเขา

ข้อมูลทราฟฟิก/เนื้อหา (Traffic Content) — เราไม่เก็บ

เราไม่ตรวจสอบหรือเก็บ "เนื้อหา" ของทราฟฟิกที่คุณส่งผ่านบริการ เช่น เนื้อหาเว็บเพจ, ข้อความแชท, ไฟล์ที่ดาวน์โหลด/อัปโหลด, ข้อมูลฟอร์ม, เนื้อหา DNS query แบบครบถ้วนเพื่อระบุตัวบุคคล หรือ payload ภายในแอป อย่างไรก็ตาม ระบบเครือข่ายโดยธรรมชาติอาจมีข้อมูลเมทาดาต้าบางอย่างเพื่อให้บริการทำงานได้ (ดูหัวข้อ Minimal Logs) และในกรณีร้องเรียน/เหตุผิดปกติ เราอาจขอข้อมูลจากคุณเพิ่มเติมเพื่อช่วยวิเคราะห์ โดยคุณเลือกได้ว่าจะส่งหรือไม่

Logging แบบขั้นต่ำ (Minimal Operational Logs) — เก็บอะไร

เพื่อให้บริการทำงาน ป้องกันการละเมิด และแก้ปัญหา เราอาจเก็บ "บันทึกเชิงปฏิบัติการขั้นต่ำ" ซึ่งอาจรวมถึง: (1) เวลาเชื่อมต่อ/ตัดการเชื่อมต่อ (session timestamps) (2) ตัวชี้วัดความเสถียรและประสิทธิภาพรวม (เช่น latency/error rate) (3) ปริมาณข้อมูลรวมแบบรวมยอด/ช่วงเวลา (aggregated bandwidth usage) เพื่อ fair use/การวางแผนระบบ (4) เหตุการณ์ด้านความปลอดภัย/abuse แบบสรุป (เช่น การพยายามเชื่อมต่อผิดปกติ, การยิงพอร์ต/สแกน) (5) ข้อมูลเชิงเทคนิคที่จำเป็นต่อการยืนยันการจัดสรรบริการ (เช่น identifier ภายในระบบ, โหนด/ภูมิภาคของบริการ) หมายเหตุ: เราพยายามหลีกเลี่ยงการเก็บปลายทางแบบละเอียด (เช่น full URL) และหลีกเลี่ยงการเก็บข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้เกินความจำเป็น

สิ่งที่เรา "ไม่" เก็บใน log (ชัด ๆ)

โดยหลักแล้วเราไม่เก็บ: (1) เนื้อหาทราฟฟิก (content/payload) (2) รายการเว็บไซต์/URL แบบเต็ม (3) DNS query log แบบละเอียดเพื่อระบุตัวตน (4) ไฟล์ที่คุณรับส่ง (5) คีย์/รหัสผ่านของคุณ (6) ข้อมูลบัตรเต็มใบ/CVV

ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูล (Retention)

ข้อมูลบัญชีและการชำระเงินเก็บไว้สูงสุด 12 เดือน นับจากวันที่ปิดบัญชีหรือธุรกรรมล่าสุด เพื่อวัตถุประสงค์ด้านบัญชี ภาษี ป้องกันการฉ้อโกง และข้อกำหนดทางกฎหมาย Log ปฏิบัติการขั้นต่ำ (metadata การเชื่อมต่อ สัญญาณ abuse) เก็บไม่เกิน 90 วัน แล้วลบหรือแปลงเป็นข้อมูลรวมที่ไม่ระบุตัวตน บันทึกตั๋วซัพพอร์ตเก็บไว้สูงสุด 6 เดือน หลักการ: เก็บข้อมูลให้น้อยที่สุดและสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น ขณะที่ยังปกป้องเครือข่ายและปฏิบัติตามกฎหมาย

คำขอจากหน่วยงานรัฐ/กระบวนการทางกฎหมาย

เราจะพิจารณาเฉพาะคำขอที่ถูกต้องตามกฎหมาย/มีเอกสารที่เหมาะสม และจะเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็นตามขอบเขตกฎหมายเท่านั้น หากกฎหมายอนุญาต เราอาจแจ้งผู้ใช้ก่อนหรือหลังการเปิดเผย ทั้งนี้เราไม่สามารถสร้างข้อมูลย้อนหลังที่เราไม่ได้เก็บอยู่แล้ว

ผู้ให้บริการภายนอก (Processors) ที่เกี่ยวข้อง

เราอาจใช้ผู้ให้บริการภายนอกเพื่อโฮสต์ระบบ/ส่งอีเมล/ประมวลผลการชำระเงิน/ป้องกันการทุจริต โดยจะเลือกเท่าที่จำเป็นและกำหนดสิทธิ์เข้าถึงตามหน้าที่ ข้อมูลการชำระเงินที่อ่อนไหวจะถูกจัดการโดยผู้ให้บริการชำระเงินเป็นหลัก ผู้ใช้ยอมรับว่านโยบายของผู้ให้บริการภายนอกอาจมีผลต่อการประมวลผลบางส่วน (เช่น การตรวจจับทุจริต/chargeback)

สิทธิ์ของผู้ใช้เกี่ยวกับข้อมูล

ผู้ใช้มีสิทธิ์ขอ: (1) แก้ไขข้อมูลบัญชีที่ไม่ถูกต้อง (2) สำเนาข้อมูลบัญชีพื้นฐานที่เราเก็บไว้ (3) ลบบัญชีและข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายหรือการป้องกันการฉ้อโกงที่กำหนดให้ต้องเก็บไว้ เราจะตอบกลับคำขอที่ยืนยันตัวตนแล้วภายใน 30 วัน ข้อมูลบางส่วนอาจยังเก็บไว้เพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมาย การป้องกันการฉ้อโกง หรือข้อพิพาทที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข คำขอต้องส่งผ่านช่องทางซัพพอร์ตทางการพร้อมยืนยันตัวตน

มาตรการความปลอดภัยในการจัดการข้อมูล

เราใช้มาตรการเช่น การจำกัดสิทธิ์เข้าถึง, การแยกส่วนระบบ, การบันทึกการเข้าถึงเชิงผู้ดูแล (admin access auditing), การเข้ารหัสระหว่างส่งข้อมูล, และการสำรอง/กู้คืนตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบใดปลอดภัย 100% ผู้ใช้ควรรักษาความปลอดภัยบัญชีของตน (เช่น รหัสผ่านแข็งแรง/ไม่แชร์ข้อมูลล็อกอิน)

เอกสารที่ถือเป็นข้อยึดหลัก (Priority)

หากข้อความในหน้านี้ขัดแย้งกับรายละเอียดในหน้า Checkout/ใบสั่งซื้อ/ประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ยึดข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกว่าและล่าสุดกว่าเป็นหลัก โดยเฉพาะเงื่อนไขแพ็กเกจและการชำระเงิน

หมายเหตุ: เราไม่อ้างว่า ‘No-Log แบบศูนย์’ แต่ใช้แนวทาง Minimal Operational Logs เพื่อให้บริการทำงานและป้องกัน abuse โดยไม่เก็บเนื้อหาทราฟฟิกของผู้ใช้

การจัดการ Abuse/ความปลอดภัย

ส่วนนี้กำหนดกติกาและขั้นตอนเมื่อเกิดการใช้งานที่เป็นอันตราย/ผิดนโยบาย เพื่อปกป้องเครือข่าย ผู้ใช้รายอื่น และลดข้อพิพาท โดยยึดหลัก: ป้องกัน-ตรวจจับ-ระงับ-ตรวจสอบ-คืนสถานะ (เมื่อเหมาะสม)

ความหมายของ Abuse และเหตุที่ต้องมีนโยบายนี้

"Abuse" หมายถึงการใช้งานที่ทำให้เกิดความเสียหาย ความเสี่ยง ความไม่เสถียร หรือทำให้ IP/ระบบของบริการถูกบล็อก/ถูกร้องเรียน รวมถึงการใช้งานที่ผิดกฎหมายหรือผิดข้อกำหนดการใช้งานของบริการ นโยบายนี้มีไว้เพื่อคงคุณภาพเครือข่ายและปกป้องผู้ใช้ทั้งหมด

ประเภทการใช้งานที่ถือเป็น Abuse (ตัวอย่างหลัก)

ตัวอย่างที่เข้าข่าย (ไม่จำกัดเพียงเท่านี้): สแปมหรือส่งข้อความจำนวนมาก, ฟิชชิง/ปลอมแปลง, มัลแวร์/บอทเน็ต, สแกนพอร์ต/สแกนช่องโหว่, brute-force/credential stuffing, โจมตี DDoS หรือช่วยอำนวยการโจมตี, การโฮสต์หรือกระจายคอนเทนต์ผิดกฎหมาย, การหลีกเลี่ยงระบบความปลอดภัยเพื่อเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, การใช้ทราฟฟิกผิดปกติที่กระทบเสถียรภาพของโหนด/เครือข่าย

รายการตัวอย่างไม่ใช่ "ช่องว่าง"

รายการตัวอย่างด้านบนเป็นเพียงแนวทางเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่ข้อยกเว้น หากการใช้งานของคุณก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเครือข่าย/การร้องเรียน/การบล็อก IP หรือเข้าข่ายผิดกฎหมาย เราถือว่าละเมิดได้ แม้ไม่ตรงกับตัวอย่างแบบคำต่อคำ

การตรวจจับ/สังเกตการณ์ที่ใช้ (โดยไม่สอดส่องเนื้อหา)

เพื่อป้องกัน abuse เราอาจใช้ตัวชี้วัดเชิงเทคนิค เช่น รูปแบบการเชื่อมต่อผิดปกติ, อัตราการเชื่อมต่อ/คำขอที่สูงผิดปกติ, สัญญาณสแกนพอร์ต/ยิงปลายทาง, อัตราความล้มเหลวของการยืนยันตัวตน, และข้อมูลปฏิบัติการขั้นต่ำตามนโยบาย Privacy & Minimal Logs เราไม่จำเป็นต้องตรวจดู "เนื้อหาทราฟฟิก" เพื่อทำการระงับเหตุ

ข้อจำกัดเพื่อความปลอดภัย (Rate/Connection Limits)

เราอาจกำหนด/ปรับข้อจำกัดเช่น จำนวนการเชื่อมต่อพร้อมกัน, อัตราการเชื่อมต่อใหม่, ปริมาณทราฟฟิกช่วงสั้น, หรือการบล็อกพอร์ต/ปลายทางบางประเภทเพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาเสถียรภาพ ข้อจำกัดอาจแตกต่างตามแพ็กเกจ/โหนด/ช่วงเวลา และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเมื่อมีเหตุด้านความปลอดภัย

ขั้นตอนเมื่อพบเหตุผิดปกติ (Incident Response)

เมื่อพบสัญญาณ abuse หรือมีคำร้องเรียน เราอาจดำเนินการตามความเหมาะสม: (1) ลดความเสี่ยงทันที (เช่น จำกัดอัตรา/บล็อกชั่วคราว) (2) ระงับการใช้งานบางส่วนหรือทั้งบัญชีชั่วคราว (3) แจ้งผู้ใช้ผ่านช่องทางติดต่อที่มี (หากทำได้และไม่กระทบการสืบสวน/ความปลอดภัย) (4) ขอข้อมูลที่จำเป็นเพื่อยืนยัน (เช่น รายละเอียดเวลา/แอปที่ใช้/หลักฐานว่าถูกแฮ็ก) (5) คืนสถานะหรือยุติถาวรตามผลตรวจสอบ

สิทธิ์ในการระงับเพื่อป้องกันความเสียหาย

เราอาจระงับบัญชี/ทราฟฟิกทันทีเมื่อมีความเสี่ยงสูง (เช่น DDoS, มัลแวร์, สแกนระบบ, คำร้องเรียนรุนแรง) เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครือข่าย แม้ยังตรวจสอบไม่เสร็จ โดยการระงับดังกล่าวไม่ถือเป็นการยอมรับความผิดหรือสรุปผลถาวร

ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของผู้ใช้

ผู้ใช้ต้องดูแลความปลอดภัยบัญชี/อุปกรณ์ของตน เช่น ตั้งรหัสผ่านแข็งแรง ไม่แชร์ข้อมูลล็อกอิน ตรวจสอบมัลแวร์/ส่วนขยายแปลกปลอม หากบัญชีถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ผู้ใช้ต้องแจ้งทันที และยอมรับว่าการใช้งานที่เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลล็อกอิน/อุปกรณ์ติดมัลแวร์อาจถูกระงับเพื่อความปลอดภัย

การขอหลักฐาน/ข้อมูลประกอบ

เพื่อแก้ไขเหตุและคืนสถานะ เราอาจขอข้อมูลที่จำเป็นขั้นต่ำ เช่น เวลาเกิดเหตุ, แอป/อุปกรณ์ที่ใช้, ภาพหน้าจอข้อความแจ้งเตือนจากแพลตฟอร์ม, หรือ log ที่ผู้ใช้ "ยินยอมส่ง" เท่านั้น การไม่ให้ข้อมูลอาจทำให้ไม่สามารถคืนสถานะได้ แต่ไม่บังคับให้ส่งข้อมูลที่เป็นความลับส่วนบุคคลเกินความจำเป็น

การรับคำร้องเรียน/คำขอจากภายนอก

เราจะประเมินคำร้องเรียนจากผู้ให้บริการเครือข่าย/แพลตฟอร์ม/ผู้เสียหายเป็นรายกรณี และอาจดำเนินการบรรเทาทันทีหากมีความเสี่ยงสูง ส่วนคำขอจากหน่วยงานรัฐจะต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายที่เหมาะสม (รายละเอียดอยู่ในหัวข้อ Privacy & Minimal Logs)

เราไม่ให้ซัพพอร์ตการใช้งานที่ผิดกฎหมาย/ผิดนโยบาย

เราไม่ให้คำแนะนำหรือซัพพอร์ตเพื่อทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย หลบเลี่ยงการบังคับใช้ของแพลตฟอร์ม หรือทำให้เกิดการละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น หากพบว่ามีการร้องขอหรือใช้งานในลักษณะดังกล่าว อาจถูกปฏิเสธการซัพพอร์ตและดำเนินการตามนโยบายระงับ/ยุติบริการ

ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น (Outcomes)

ผลลัพธ์อาจรวมถึง: เตือนและให้แก้ไข, จำกัดการใช้งานบางส่วน, ระงับชั่วคราว, ยุติถาวร, ปฏิเสธการคืนเงินในกรณีละเมิดนโยบาย, และ/หรือบล็อกการชำระเงิน/คำสั่งซื้อในอนาคตในกรณีทุจริตหรือ chargeback โดยเหตุผลและความรุนแรงขึ้นกับหลักฐาน ความเสี่ยง และผลกระทบต่อเครือข่าย

ข้อจำกัดและการปฏิเสธความรับผิดด้านความปลอดภัย

เราใช้มาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบและลดความเสี่ยง แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าบริการจะปลอดภัยจากเหตุการณ์ทั้งหมด หรือผู้ใช้จะไม่ถูกบล็อกโดยแพลตฟอร์มภายนอก การใช้บริการถือว่าผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงตามสมควร และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของตนเอง

หมายเหตุ: การระงับเพื่อความปลอดภัยอาจเกิดขึ้นได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และการคืนสถานะขึ้นกับผลตรวจสอบและข้อมูลประกอบที่เพียงพอ

การชำระเงิน/ต่ออายุ/ยกเลิก/คืนเงิน

ส่วนนี้กำหนดเงื่อนไขการคิดเงิน การต่ออายุอัตโนมัติ การยกเลิก และการคืนเงินของบริการ AlocNet/VPN/Proxy ให้ชัดเจน เพื่อลดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและข้อพิพาท

ราคา/สิทธิ์ของแพ็กเกจ (แหล่งอ้างอิงหลัก)

ราคา ระยะเวลา สิทธิ์ และข้อจำกัดของแต่ละแพ็กเกจ ให้ยึดตามหน้า Pricing/Checkout/ใบสั่งซื้อ ณ วันที่ทำรายการเป็นหลัก หากมีความขัดแย้งกัน ให้เอกสาร/ข้อมูลที่ระบุใน Checkout และใบเสร็จ/อีเมลยืนยันคำสั่งซื้อเป็นข้อสรุป

วิธีการชำระเงิน

รองรับวิธีชำระเงินตามที่แสดงบนหน้า Checkout เท่านั้น (อาจต่างกันตามภูมิภาค/ผู้ให้บริการชำระเงิน) การชำระเงินถือว่าสมบูรณ์เมื่อระบบยืนยันธุรกรรมสำเร็จ

การตรวจสอบความเสี่ยง/ป้องกันทุจริต

เราหรือผู้ให้บริการชำระเงินอาจทำการตรวจสอบความเสี่ยงเพื่อป้องกันการทุจริต (เช่น ข้อมูลไม่สอดคล้อง, ธุรกรรมผิดปกติ, ชำระเงินซ้ำซ้อน) และอาจระงับ/ยกเลิกคำสั่งซื้อเพื่อความปลอดภัย หากถูกปฏิเสธหรือยกเลิก ระบบจะไม่เปิดใช้งานบริการ (หรืออาจระงับชั่วคราวระหว่างตรวจสอบ)

รอบบิลและการคิดค่าบริการ

ค่าบริการเป็นแบบชำระล่วงหน้าตามรอบ (เช่น 1/3/9 เดือน ตามแพ็กเกจ) เมื่อเริ่มรอบใหม่จะมีการเรียกเก็บเงินตามราคาของรอบนั้น ค่าธรรมเนียมจากธนาคาร/ผู้ให้บริการบัตร/อัตราแลกเปลี่ยนเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้

การต่ออายุอัตโนมัติ (Auto-Renewal)

หากแพ็กเกจเปิดการต่ออายุอัตโนมัติ ระบบจะเรียกเก็บเงินอัตโนมัติก่อนหรือในวันครบกำหนดรอบถัดไปตามกลไกของผู้ให้บริการชำระเงิน การต่ออายุสำเร็จเมื่อชำระเงินผ่าน หากชำระไม่ผ่าน บริการอาจถูกระงับหรือหมดอายุเมื่อสิ้นสุดรอบเดิม

การยกเลิก (Cancellation)

ผู้ใช้สามารถยกเลิกการต่ออายุอัตโนมัติได้ตามวิธีที่ระบุในหน้าบัญชี/คำแนะนำของบริการ การยกเลิกหมายถึง "หยุดต่ออายุรอบถัดไป" ไม่ได้ยกเลิกสิทธิ์ของรอบที่ชำระแล้ว และโดยปกติจะใช้งานได้จนสิ้นสุดรอบปัจจุบัน

ไม่มีการคืนเงินแบบหารเฉลี่ย (No Proration)

บริการนี้จัดสรรทรัพยากรแบบเฉพาะ (เช่น IP แบบ Dedicated/การจองทรัพยากรเครือข่าย) ดังนั้นโดยปกติ "ไม่คืนเงิน/ไม่คืนบางส่วน" สำหรับเวลาที่เหลือของรอบที่ชำระแล้ว ไม่ว่าผู้ใช้จะใช้งานมากน้อยเพียงใด

เงื่อนไขการคืนเงิน (Refund Eligibility — เคสที่พิจารณาได้)

การคืนเงิน "พิจารณาได้" เฉพาะกรณีปัญหาการส่งมอบ/เปิดใช้งานที่เกิดจากฝั่งเรา เช่น (1) เราไม่สามารถจัดสรร/เปิดใช้งานบริการตามแพ็กเกจได้ภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล (2) ระบบเปิดใช้งานล้มเหลวต่อเนื่องและแก้ไขไม่ได้ (3) ไม่มีทางเลือกทดแทนที่เทียบเท่าตามแพ็กเกจ หากเข้าข่าย เราอาจคืนเงินหรือเสนอเครดิต/การเปลี่ยนทรัพยากรทดแทนตามดุลยพินิจ

กรณีไม่คืนเงิน (Non-Refundable Cases)

ไม่คืนเงินในกรณีทั่วไป เช่น: (1) ใช้งานแล้วหรือเปิดใช้งานสำเร็จแล้ว (2) เปลี่ยนใจ/ไม่ต้องการใช้ต่อ/ความคาดหวังเรื่องผลลัพธ์บนแพลตฟอร์มภายนอก (3) ถูกบล็อก/จำกัดโดยเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มภายนอก (4) ปัญหาจากอุปกรณ์/เครือข่ายของผู้ใช้/ISP ผู้ใช้ (5) ละเมิดนโยบายหรือถูกระงับตาม Terms/AUP/Abuse (6) ค่าธรรมเนียมจากธนาคาร/ผู้ให้บริการบัตร/FX (7) การขอคืนเงินหลังระยะเวลาที่กำหนดในขั้นตอนร้องขอ ถ้าอนุมัติคืนเงินแล้ว จะดำเนินการคืนเงินภายใน 3 วันทำการ

วิธีขอคืนเงิน/ข้อมูลที่ต้องใช้

การขอคืนเงินต้องทำผ่านช่องทางซัพพอร์ตที่ประกาศ พร้อมระบุ: Order ID, อีเมลที่ใช้สั่งซื้อ, ช่วงเวลาที่พบปัญหา, อุปกรณ์/OS, ขั้นตอนที่ทำแล้ว และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง (เช่น screenshot error) เราอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเฉพาะที่จำเป็นเพื่อยืนยันปัญหา

นโยบาย Chargeback/ข้อพิพาทการชำระเงิน

หากมีการทำ chargeback หรือเปิดข้อพิพาทการชำระเงินโดยไม่ติดต่อซัพพอร์ตเพื่อแก้ไขก่อน เราอาจระงับบัญชี/บริการทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง และอาจปฏิเสธการสั่งซื้อในอนาคตจนกว่าข้อพิพาทจะยุติ หากข้อพิพาทถูกตัดสินว่าไม่ถูกต้อง ผู้ใช้อาจต้องชำระค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นและ/หรือชำระยอดค้างเพื่อเปิดใช้งานต่อ

ภาษี/ค่าธรรมเนียม

การคิดภาษี (ถ้ามี) ให้ยึดตามที่แสดงในหน้า Checkout หากไม่มีการแสดงภาษี หมายถึงราคาที่เรียกเก็บเป็นไปตามโครงสร้างค่าบริการของเราในขณะนั้น ทั้งนี้ผู้ใช้รับผิดชอบภาษี/อากรใด ๆ ที่กฎหมายท้องถิ่นกำหนดกับตนเอง

การเปลี่ยนราคา/เปลี่ยนแพ็กเกจ

ราคาและรายละเอียดแพ็กเกจอาจเปลี่ยนได้ตามประกาศ/หน้า Pricing การเปลี่ยนแปลงจะมีผลกับการสั่งซื้อใหม่หรือรอบต่ออายุถัดไป (ตามที่แสดงใน Checkout) หากผู้ใช้ไม่ยอมรับ สามารถยกเลิกการต่ออายุอัตโนมัติก่อนถึงรอบถัดไป

การระงับ/ยุติบริการกับการคืนเงิน

หากบัญชีถูกระงับ/ยุติเนื่องจากการละเมิดนโยบาย (Terms/AUP/Abuse) หรือกิจกรรมที่ก่อความเสี่ยงต่อระบบ โดยทั่วไปจะไม่มีการคืนเงินสำหรับช่วงเวลาที่เหลือ และเราอาจปฏิเสธการให้บริการเพิ่มเติม

หมายเหตุ: การคืนเงิน (ถ้ามี) จะคืนผ่านช่องทางเดิมตามระบบผู้ให้บริการชำระเงิน และระยะเวลาการคืนขึ้นกับธนาคารหรือผู้ให้บริการชำระเงิน ไม่สามารถเร่งได้

แอป/ไคลเอนต์/อัปเดต/ความเข้ากันได้

ส่วนนี้กำหนดเงื่อนไขการใช้งานแอป/ไคลเอนต์ของ AlocNet การอัปเดต ความเข้ากันได้ของระบบ และข้อจำกัดด้านเทคนิค เพื่อให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัยและลดข้อพิพาท

แพลตฟอร์มที่รองรับ

รองรับแพลตฟอร์ม/ระบบปฏิบัติการตามที่ระบุบนหน้าเว็บไซต์/เอกสารของบริการในขณะนั้นเท่านั้น หากไม่ได้ระบุว่า "รองรับ" ให้ถือว่า "ยังไม่รองรับ" แม้จะติดตั้งได้ก็ตาม

ข้อกำหนดขั้นต่ำและความเข้ากันได้

การใช้งานอาจต้องอาศัยเวอร์ชัน OS ขั้นต่ำ สิทธิ์ระบบ (เช่น VPN permission/driver) และเงื่อนไขของผู้ผลิตอุปกรณ์/องค์กร (เช่น MDM/นโยบายบริษัท) หากอุปกรณ์ถูกจำกัดสิทธิ์หรือถูกจัดการโดยองค์กร ผู้ใช้เป็นผู้รับผิดชอบในการทำให้สภาพแวดล้อมพร้อมใช้งาน

ขอบเขตการทำงานของไคลเอนต์

ไคลเอนต์ทำหน้าที่ช่วยตั้งค่า/เชื่อมต่อ VPN/Proxy ตามแพ็กเกจและนโยบายเครือข่ายของบริการ ฟีเจอร์บางอย่างอาจแตกต่างกันตามแพลตฟอร์ม (เช่น Split Tunnel, Kill Switch, DNS leak protection) ให้ยึดตามที่แสดงในแอป/เอกสารเวอร์ชันนั้น ๆ

Split Tunnel และข้อจำกัดตามระบบ

ความสามารถ Split Tunnel ขึ้นกับข้อจำกัดของระบบปฏิบัติการและรูปแบบที่รองรับในแต่ละแพลตฟอร์ม (เช่น Android แบบเลือกแอป, iOS มักเป็นแบบปลายทาง/เส้นทาง) บางกรณีอาจมีความเสี่ยง DNS/route leak หากผู้ใช้ตั้งค่าผิดหรือใช้ร่วมกับแอป/ไฟร์วอลล์/โปรไฟล์ที่ขัดแย้ง ผู้ใช้ต้องยึดตามคู่มือและยอมรับข้อจำกัดของแพลตฟอร์มนั้น ๆ

นโยบายการอัปเดต (Client Updates)

เราสามารถออกอัปเดตเพื่อความปลอดภัย ความเสถียร หรือการแก้บั๊กได้ทุกเมื่อ บางอัปเดตอาจเป็น "บังคับ" เพื่อปิดช่องโหว่หรือให้ทำงานร่วมกับระบบเครือข่ายเวอร์ชันใหม่ หากผู้ใช้ไม่อัปเดต อาจใช้งานไม่ได้บางส่วนหรือทั้งหมด

อัปเดตอัตโนมัติ/แหล่งดาวน์โหลด

ไคลเอนต์ต้องดาวน์โหลดจากแหล่งทางการที่เราระบุเท่านั้น (เช่น เว็บไซต์/สโตร์ที่ประกาศ) เราไม่รับผิดชอบความเสียหายจากไคลเอนต์ที่ดัดแปลง/ไม่เป็นทางการ/ไฟล์จากบุคคลที่สาม และอาจปฏิเสธการซัพพอร์ตในกรณีดังกล่าว

การสิ้นสุดการรองรับ (End-of-Support/EOL)

เราอาจยุติการรองรับ OS/เวอร์ชันเก่าที่ไม่ปลอดภัยหรือไม่สามารถดูแลได้ต่อไป โดยจะยึดตามประกาศ/หน้าเอกสารของบริการเป็นหลัก เมื่อสิ้นสุดการรองรับ เราไม่การันตีว่าการเชื่อมต่อจะทำงาน และอาจไม่มีแพตช์/ซัพพอร์ตสำหรับเวอร์ชันนั้น

Telemetry/Diagnostics (ถ้ามี)

ไคลเอนต์อาจเก็บข้อมูลเชิงเทคนิคขั้นต่ำเพื่อการวิเคราะห์ปัญหา/ความเสถียร เช่น crash logs, เวอร์ชันแอป/OS, ประเภทอุปกรณ์, รหัสเหตุการณ์ (event ID) โดยจะไม่ตั้งใจเก็บ "เนื้อหาทราฟฟิก" ของผู้ใช้ หากต้องส่ง logs เพิ่มเติม ผู้ใช้ต้องยินยอมก่อนทุกครั้ง และสามารถปิด/ปฏิเสธการส่งได้ตามที่แอปอนุญาต

คอมโพเนนต์/ไลบรารีของบุคคลที่สาม

ไคลเอนต์อาจใช้คอมโพเนนต์ของบุคคลที่สามเพื่อการเชื่อมต่อ/อัปเดต/ชำระเงิน/วิเคราะห์ข้อผิดพลาด โดยการใช้งานอยู่ภายใต้นโยบายของบุคคลที่สามนั้น ๆ เท่าที่เกี่ยวข้อง แต่เราจะพยายามเลือกใช้เท่าที่จำเป็นและจำกัดขอบเขตข้อมูลตามสมเหตุสมผล

ความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยของผู้ใช้

ผู้ใช้ต้องรักษาความปลอดภัยของบัญชี/อุปกรณ์ (เช่น ไม่แชร์รหัสผ่าน, อัปเดต OS, ป้องกันมัลแวร์) และไม่พยายามดัดแปลงไคลเอนต์/หลบเลี่ยงข้อจำกัดระบบ หากพบกิจกรรมเสี่ยง เราอาจจำกัดการเข้าถึงเพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบและผู้ใช้อื่น

ข้อจำกัด/การปฏิเสธการรับประกันด้านแอป

ซอฟต์แวร์และการเชื่อมต่ออาจได้รับผลกระทบจากอัปเดต OS, ไดรเวอร์, ไฟร์วอลล์, แอนตี้ไวรัส, เราเตอร์, หรือเครือข่ายองค์กร เราไม่รับประกันว่าไคลเอนต์จะทำงานได้ในทุกสภาพแวดล้อม และไม่รับผิดชอบความเสียหายจากการตั้งค่าหรือซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สามที่อยู่นอกการควบคุมของเรา

หมายเหตุ: หากมีข้อขัดแย้งระหว่างคำอธิบายในหน้าเว็บกับพฤติกรรมจริงของไคลเอนต์ ให้ยึดตามเอกสารในแอปเวอร์ชันที่ใช้งานและประกาศล่าสุดของบริการ

ซัพพอร์ต/ช่องทางติดต่อ/การแจ้งเหตุ

ส่วนนี้กำหนดช่องทางการติดต่อ วิธีขอซัพพอร์ต วิธีรายงานปัญหา/การละเมิด และขอบเขตการช่วยเหลือของ AlocNet เพื่อให้จัดการเคสได้เร็ว ลดความเข้าใจผิด และลดข้อพิพาท

ช่องทางซัพพอร์ตอย่างเป็นทางการ

ช่องทางซัพพอร์ตที่ถือว่า "ทางการ" คือช่องทางที่ประกาศบนเว็บไซต์/หน้า Checkout/ในแอปเท่านั้น (เช่น Email, Telegram ตามที่ระบุ) ข้อความจากบุคคล/บัญชีอื่นที่ไม่ได้ประกาศให้ถือว่าไม่ใช่ช่องทางของเรา และเราไม่รับผิดชอบความเสียหายจากการติดต่อผิดช่องทางหรือถูกหลอกลวง

เวลาทำการและกรอบเวลาตอบกลับ (SLA แบบยืดหยุ่น)

เราพยายามตอบกลับภายในกรอบเวลาที่ระบุในหน้า Support/ประกาศของบริการ (เช่น 24–48 ชั่วโมงสำหรับเคสทั่วไป) อย่างไรก็ตาม เวลาอาจเปลี่ยนตามปริมาณงาน วันหยุด หรือเหตุขัดข้องเร่งด่วน โดยไม่ถือเป็นการผิดสัญญา หากต้องการความเร่งด่วน ให้ระบุว่าเป็น "Urgent" พร้อมหลักฐานที่จำเป็น

ขอบเขตที่ซัพพอร์ตช่วยได้

ซัพพอร์ตช่วยเรื่องการเปิดใช้งาน/การเชื่อมต่อ การตั้งค่าตามคู่มือ การตรวจสอบสถานะปลายทาง การแก้ปัญหาพื้นฐาน และคำถามเกี่ยวกับแพ็กเกจ/บิลลิ่ง/นโยบายของบริการ โดยการช่วยเหลือจะอยู่ในขอบเขตที่เราเข้าถึงได้และไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือกฎหมาย

ขอบเขตที่ซัพพอร์ต "ไม่" ครอบคลุม

เราไม่ให้บริการดูแลระบบ/รีโมตเครื่อง/แก้ไขซอฟต์แวร์ของผู้ใช้แบบครบวงจร, ไม่รับประกันการใช้งานกับทุกเครือข่ายองค์กร/ไฟร์วอลล์/แอนตี้ไวรัส/เราเตอร์, ไม่ช่วยตั้งค่าหรือให้คำแนะนำเพื่อหลบเลี่ยงกฎของแพลตฟอร์มภายนอก, และไม่รับผิดชอบปัญหาที่เกิดจากการใช้ไคลเอนต์ไม่เป็นทางการหรือการดัดแปลงระบบของผู้ใช้

ข้อมูลที่ต้องใช้ในการเปิดเคส

เพื่อให้แก้ได้เร็ว ผู้ใช้ควรส่งข้อมูลขั้นต่ำ: (1) Order ID/อีเมลที่ใช้ซื้อ (2) แพลตฟอร์ม/เวอร์ชัน OS (3) เวอร์ชันแอป/วิธีเชื่อมต่อ (4) เวลาเกิดปัญหา + โซนเวลา (5) ข้อความ error/ภาพหน้าจอ (6) เครือข่ายที่ใช้ (Wi-Fi/มือถือ/ISP) และ (7) ขั้นตอนที่ทำก่อนเกิดปัญหา หากต้องการ logs เพิ่มเติม เราจะขอ "ความยินยอม" ก่อนทุกครั้ง และผู้ใช้สามารถปฏิเสธได้ (แต่อาจทำให้วิเคราะห์ได้จำกัด)

การแจ้งเหตุ Abuse/ความปลอดภัย/ฟิชชิง

หากพบการใช้งานผิดนโยบาย สแปม สแกน บรุตฟอร์ซ มัลแวร์ หรือพฤติกรรมเสี่ยง ให้แจ้งผ่านช่องทางทางการ โดยแนบหลักฐานที่จำเป็น (เช่น เวลา, IP ปลายทาง/พอร์ต, บันทึกฝั่งผู้แจ้ง) เราอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันและป้องกันการร้องเรียนเท็จ และสามารถปฏิเสธคำร้องที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอได้

กระบวนการจัดการเหตุขัดข้อง/เหตุฉุกเฉิน

ในกรณีระบบไม่เสถียร/ถูกโจมตี/มีความเสี่ยงต่อเครือข่าย เราอาจดำเนินการทันที เช่น จำกัดทราฟฟิก ปิดพอร์ต ปิดปลายทางชั่วคราว หรือระงับบัญชีเพื่อป้องกันความเสียหาย โดยอาจไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และจะสื่อสารอัปเดตผ่านช่องทางประกาศที่เรากำหนดเมื่อเหมาะสม

การประกาศสถานะและการเปลี่ยนแปลง

ประกาศเกี่ยวกับบำรุงรักษา ปัญหาระบบ หรือการเปลี่ยนแปลงนโยบาย จะเผยแพร่ผ่านช่องทางประกาศที่เราระบุ (เช่น หน้าเว็บไซต์/Telegram ประกาศ/อีเมลระบบ) ผู้ใช้มีหน้าที่ติดตามประกาศสำคัญ และการไม่ติดตามไม่เป็นเหตุยกเว้นความรับผิดของผู้ใช้

การยืนยันตัวตนเพื่อความปลอดภัย

เพื่อป้องกันการยึดบัญชี/การฉ้อโกง เราอาจขอการยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี (เช่น ยืนยันอีเมล/Order ID/ข้อมูลการชำระเงินบางส่วนที่ไม่ละเอียดอ่อน) ก่อนดำเนินการบางอย่าง เช่น รีเซ็ตข้อมูลสำคัญ เปลี่ยนอีเมล หรือจัดการคำขอที่มีความเสี่ยง หากยืนยันไม่ได้ เราอาจปฏิเสธคำขอเพื่อความปลอดภัย

ความเป็นส่วนตัวในการซัพพอร์ต

เราไม่ขอรหัสผ่านของผู้ใช้ และไม่ขอให้ผู้ใช้ส่งข้อมูลละเอียดอ่อนเกินจำเป็น (เช่น รหัส OTP/รหัสธนาคาร) หากมีผู้ใดอ้างว่าเป็นทีมงานและขอข้อมูลดังกล่าว ให้ถือว่าเป็นการหลอกลวง และให้รายงานผ่านช่องทางทางการทันที

ภาษาและการบันทึกการสื่อสาร

การสื่อสารซัพพอร์ตอาจทำเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อการติดตามเคสและป้องกันข้อพิพาท เราอาจเก็บประวัติการสนทนา/ตั๋วซัพพอร์ตในระบบตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อการดำเนินงาน (อ้างอิงนโยบาย Privacy/Logs) หากมีความขัดแย้ง ให้ยึดตามบันทึกในช่องทางทางการเป็นหลัก

หมายเหตุ: คำแนะนำจากซัพพอร์ตเป็นแนวทางตามข้อมูลที่ได้รับ และไม่ถือเป็นการรับประกันผลลัพธ์บนระบบ/แพลตฟอร์มภายนอก